<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" 
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
>
<channel>
<title>โหวตจัง | โปรโมทแล้ว</title>
<link>http://www.votejung.com</link>
<atom:link href="http://www.votejung.com/rss/" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description>เว็บ social bookmark ยอดนิยม โปรโมทเว็บให้เว็บของคุณติดอันดับ 1 ของ search engine</description>
<pubDate>Fri, 18 May 2012 22:47:12 ICT</pubDate>
<language>en</language>
<generator>http://www.votejung.com/</generator>
<item>
	<title><![CDATA[พาร์ทไทม์| งานเสริม ทำที่บ้าน ช่วงวันหยุด รายได้ดี | JOBS BKK]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/งาน-รายได้เสริม/jobsbkk.jobthaiparttime.com/</link>
	<description><![CDATA[สวัสดีคะ น้องๆ นักศึกษา บุคคลทั่วไป ที่ ต้องหาเงิน รายได้เสริม ทำเวลาว่างๆ วันนี้ทางทีมงาน jobsbkk มี พาร์ทไทม์ ทำที่บ้าน งานดีดี มาฝากกับทุกๆ ท่านค่ะ เป็น งานทำที่บ้าน ที่ใช้เวลาว่างของคุณในการทำงาน คีย์ข้อมูล ผ่านเน็ตวันละ 2-3 ชั่วโมง/วัน ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้  มีการสอนงานให้ครั้งแรก รายได้จะขึ้นอยู่กับปริมาณงานที่ทำ รายได้ จ่ายรายวัน ถ้าใคร พาร์ทไทม์| งานเสริม ทำที่บ้าน ช่วงวันหยุด รายได้ดี  เข้าดูรายละเอียดของงานก่อนได้ค่ะ<br /><br />  ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 22:47:12 ICT</pubDate>
	<category>งาน-รายได้เสริม</category>
	<guid>http://www.votejung.com/งาน-รายได้เสริม/jobsbkk.jobthaiparttime.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[เบเกอรี | เค้กช็อกโกแลต]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/อาหาร/www.doctinonline.com/</link>
	<description><![CDATA[เบอเกอรี่วันนี้ขอเสนอ เค้กช็อกโกแลต มารู้กันว่าช็อกโกแลตมีประโยชน์อย่างไร ช็อกโกแลตมีผลดีต่อหัวใจและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ฟังอย่างนี้แล้วก็อย่าเพิ่งวิ่งไปหาช็อกโกแลตมาทาน เพราะไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทุกชนิดจะดีต่อสุขภาพ อย่างน้อยไวท์ช็อกโกแลตนั้นนักวิจัยไม่ถือว่าเป็นช็อกโกแลตแม้แต่นิดเดียว ส่วนมิลค์ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มโกโก้สำเร็จรูปอาจจะส่งผลเสียมากกว่า โดยไม่ได้ทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนดีขึ้นเลย นี้คือประโยชน์ของช็อกโกแลต เมื่อรู้กันแล้วว่าช็อกโกแลตมีประโยชน์ขนาดนี้แล้ว ไปเริ่มทำเค้กกันดีกว่าค่ะ<br /><br /><br /><br />วันนี้เรามีสูตรคัพเค้กช็อกโกแลต ที่ทำโดยเตาไมโครเวฟง่ายๆ เพียง 5 นาที ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายมีเวลาอร่อยๆ ไม่ยุ่งยากอีกด้วย คุณผู้หญิง ที่อยากจะลองทำเบเกอร์รี่สักครั้งในชีวิต แต่ก็อาจจะติดปัญหาในการทำขนมเช่นอุปกณ์ยุ่งยาก เพราะต้องใช้เครื่องอบ ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้เรามีเทคนิคการทำ เค้กช็อกโกแลต ของโปรด ให้เสร็จภายใน 5 นาที แล้วลืมเตาอบไปได้เลยค่ะ แค่มีไมโครเวฟ เค้กช็อกโกแลตหอมๆ ก็พร้อมให้คุณและครอบครัวได้เสริฟอร่อยกันแล้วล่ะคะ สูตรนี้ได้มาจากห้องก้นครัว แห่งพันทิพย์ จากเจ้าของสูตร “Microwavable Chocolate Mug Cake ” แม่เนื้ออุ่น 108Health ขออนุญาติแชร์เพราะสูตรมันเด็ดมาก เรียกง่ายว่าคัพเค้ก เป็นเค้กช็อกโกแลตที่อยู่ในถ้วยกาแฟ เก๋ไก๋สุดๆ แถมเค้าว่ากันว่าอร่อยมากๆค่ะ อย่าลืมช้า สาวๆมาเตรียมตัวลงมือกันดีกว่า<br /><br />ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลต<br /><br />• แป้งเค้ก 3 ช้อนโต๊ะ<br />• น้ำตาลทรายป่นละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ<br />• เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา<br />• ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ<br />• เกลือ 1/8 ช้อนชา<br />• ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 1 ฟอง<br />• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ<br />• นมสด 2 ช้อนโต๊ะ<br />• กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา<br />• ช็อคโกแลตชิพ หรือ ช็อคโกแลตบาร์หั่นเป็นชิ้นเล็กๆก็ได้<br /><br />อุปกรณ์<br /><br />• ถ้วยมัค (ถ้วยกาแฟใบใหญ่) เป็นกระเบื้องจะดีมากค่ะ<br />• ช้อนส้อมเอาไว้คนส่วนผสม<br />• ช้อนตวง<br />• ไมโครเวฟ<br /><br />วิธีทำ เค้กช็อกโกแลต<br /><br />- เอาแป้งเค้ก น้ำตาลทรายป่น ผงโกโก้ เบกกิ้งโซดา เกลือ มาคลุกรวมกันในถ้วยกาแฟ<br />- ใส่ไข่ไก่ แล้วคนให้ให้ทุกอย่างเข้ากัน คนให้แรงๆเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันหน่อยนะคะ<br />- เติมน้ำมันพืช นมสด และกลิ่นวานิลลาลงไปแล้วกวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน<br />- เติมช็อคโกแลตชิพหรือชอคโกแลตบาร์หั่นลงไปตามใจชอบ ถ้าใส่เยอะเนื้อเค้กจะเหลวและนิ่มมากขึ้น<br />- อาจจะเติมพวกถั่วแมคคาเดเมีย พิทาชิโอ อัลมอนด์ หรือลูกเกดลงไปด้วยก็ได้<br />- เอาไปเข้าไมโครเวฟความร้อนสูงสุด ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที แล้วแต่ความแรงของไมโครเวฟ และความชอบของคนกิน ถ้าชอบเนื้อเค้กนิ่มๆ ก็ไม่ต้องเวฟนานมาก เอาแค่พอหน้าเค้กดูสุกดีก็ใช้ได้ แต่ถ้าชอบเนื้อเค้กแน่นๆ เผื่อจะเอาไปราดทอปปิ้งเพิ่มก็เวฟนานขึ้นหน่อย<br />วันหยุดหรือวันว่างของครอบครัวลองชวนคนในครอบครัวทำก็สนุกสนาน หรือลองทำเซอร์ไพร์สให้คนรัก แต่งหน้าเค้ก แบบคัพเค้ก ก็น่ารักดูไม่เบาค่ะ<br />แนะนำกันหน่อยกับคุณผู้หญิงที่ควบคุ้มน้ำหนัก อย่าทำกินบ่อยนะคะ ทำให้เป็นโอกาสพิเศษ ลงได้ แล้วอย่าลืมชวนกันไปออกกำลัง เผาผลาญแคลลอรี่ ทิ้งหน่อยก็ดีนะคะ ไม่อย่างนั้นคงได้อ้วนกันแน่ๆล่ะ<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  108health.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:58:12 ICT</pubDate>
	<category>อาหาร</category>
	<guid>http://www.votejung.com/อาหาร/www.doctinonline.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[เครื่องดื่ม | เครื่องดื่มป้องกันโรค]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.motoslam.com/</link>
	<description><![CDATA[เคยรู้กันไหมเอย ว่ามีเครื่องดื่มอะไรบ้างที่ป้องกันโรคได้ อาจจะเป็นเครื่องดื่มที่คุณกินทุกวันก็ได้ ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บ 108health ที่มีอะไรดีๆมาบอกกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งวันนี้มารู้จักกันเลย ว่ามีเครื่องดื่มอะไรบ้าง ไปดูกันเลย<br /><br />น้ำ ขจัดสารพิษ<br />หากขาดน้ำร่างกายก็ไม่สามารถอยู่ได้ เพราะน้ำจะช่วยลำเลียงสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ ช่วยขจัดสารพิษ ปรับประดับอุณหภูมิในร่างกาย ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 1.5 ลิตร<br /><br />ชา ป้องกันโรคฟันผุ<br />ชาช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ ไม่มีแคลอรี ในชาเขียวและชาดำมีฟลูออไรด์เป็นจำนวนมาก ที่จะช่วยทำให้ฟันแข็งแรงและยับยั้งฟันผุ เพื่อให้ได้ผล ควรดื่มชาร้อนหรือชาอุ่นๆ และไม่ควรดื่มชาที่เหลือค้างคืน<br /><br />โยเกิร์ต ช่วยขจัดพิษ<br />ในโยเกิร์ตมีแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับน้ำในร่างกาย นอกจากนี้โยเกิร์ตยังมีประโยชน์สำหรับดวงตาและผิว กรดนมในโยเกิร์ตช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายและให้ประโยชน์กับแบคทีเรียในลำไส้<br /><br />นม ช่วยให้กระดูกแข็งแรง<br />ในนมมีโปรตีนสูง ซึ่งง่ายต่อการย่อย และมีแคลเซียมสูงซึ่งจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในวัยชรา และกรดไขมันในนมจะช่วยให้เส้นเลือดยืดหยุ่น<br /><br />น้ำแอปเปิ้ล ป้องกันมะเร็ง<br />น้ำแอปเปิ้ลสดๆ มีคุณค่ามากที่สุด ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนพลังและป้องกันมะเร็ง ช่วยให้มีสมาธิ สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ต้องเป็นแอปเปิ้ลที่ไม่ผ่านการแว็กซ์ หากไม่แน่ใจก็ปอกเปลือกแอปเปิ้ลทิ้ง แม้ว่าเปลือกของมันจะมีประโยชน์ก็ตาม<br /><br />น้ำลูกแพร์ ป้องกันความเครียด<br />มีกรดโฟลิกสูง ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยให้มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส<br /><br />น้ำผัก ป้องกันโรคอ้วน<br />เหมาะสำหรับเด็กเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีน้ำตาลต่ำกว่าน้ำผลไม้ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ควรดื่มน้ำผักสดที่ปั่นเองและไม่เติมน้ำตาล ที่สำคัญคือควรเป็นผักปลอดสารพิษ<br /><br />น้ำแครอท บำรุงสายตาและป้องกันมะเร็ง<br />เพื่อให้การดูดซึมวิตามินเอจากแครอทได้ดีขึ้นควรรับประทานอาหารที่มีไขมันตามไปด้วย แต่ก็ไม่ควรดื่มน้ำแครอทมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากวิตามินเอจะถูกกักเก็บไว้ในตับ<br /><br />น้ำมะเขือเทศ ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากและช่วยให้ผิวอ่อนวัย<br />ถ้าอยากดื่มน้ำมะเขือเทศให้อร่อย ควรเติมพริกไทยและเกลือลงไปด้วย ในมะเขือเทศมีสารไลโคปีน ซึ่งจะช่วยป้องกันมะเร็งและป้องกันไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย หากเป็นมะเขือเทศที่ผ่านการทำให้สุกด้วยความร้อน ก็จะยิ่งมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศดิบ ที่สำคัญคือไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศที่เย็นจัด<br />เมื่อรู้กันแล้วว่าเครื่องดื่มไรมีประโยชน์ ก็อย่าลืมกินกันนะจ๊ะ ร่างกายของเราจะได้แข็งแรงด้วย แล้วเครื่องดื่มที่กล่าวมาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  108health.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:54:43 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.motoslam.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[อาหารจีน | ข้าวผัดฮ่องเต้]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/อาหาร/www.2hunter.com/</link>
	<description><![CDATA[ข้าวเป็นอาหารหลักของหลายประเทศในแทบเอเชีย ซึ่งประเทศจีนก็กินข้าวเป็นหลักเช่นกัน ซึ่งวันนี้มีเมนูอาหารจีนมาแนะนำ นั้นคือ ข้าวผัดฮ่องเต้ โดยเมนูนี้ เป็นอาหารที่มีโยชน์สำหรับคนที่รักสุขภาพอีกเมนูหนึ่ง เพราะคนจีนจะชอบอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ถ้าอยากรู้วิธีการทำก็ไปดูกันเลย ซึ่งจะมีส่วนผสมและวิธีการทำอะไรบ้างไปดูกันเลย…<br />ส่วนผสม<br /><br />ข้าวสาร 1 ถ้วย<br />เนื้อไก่หั่นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย<br />กุนเชียงหั่นสี่เหลี่ยม 1 เส้น<br />แครอทหั่นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย<br />หอมใหญ่หั่นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย<br />พริกหวานหั่นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย<br />เครื่องปรุง<br /><br />กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ<br />กระเทียมดอง 1 หัว<br />น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ<br />เต้าหู้ยี้ ยีแล้ว 2 ช้อนชา<br />น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ<br />น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา<br />น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ<br />พริกไทย 1/2 ช้อนชา<br />วิธีการทำข้าวผัดฮ่องเต้<br />1. นำข้าวสารที่ล้างสะอาดแล้วใส่ในภาชนะ เติมน้ำอัตราส่วน 1:1 ใส่เนือ้ไก่ลงไปคนให้เข้ากัน ปิดฝา ใช้โปรแกรมหุงข้าว (ประมาณ 13 นาที) เมื่อข้าวสุก เปิดฝาทิ้งไว้ให้ข้าวแห้ง<br />2. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดและเครื่องปรุงในภาชนะ คนให้เข้ากัน เติมข้าวที่หุงสุกแล้ว คลุกเบาๆ ให้เข้ากัน นำเข้าเตาอบไมโครเวฟ ใช้ไฟ HIGH เวลา 2 นาที นำออกเสิร์ฟ<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  kohchang2.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:51:19 ICT</pubDate>
	<category>อาหาร</category>
	<guid>http://www.votejung.com/อาหาร/www.2hunter.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[อิตาลี | หอเอนปิซา]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/ท่องเที่ยว/www.porster.com/</link>
	<description><![CDATA[หอเอนปิซา ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลกที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และเป็นสถานที่สำคัญ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร มารู้จักกันว่า เขาสร้างตอนไหนแล้วมีประวัติความเป็นมาอย่างไร<br /><br /><br /><br />การสร้าง<br /><br />เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา หอเอนแห่งเมืองปิซา สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาหินอ่อนรองรับ<br /><br />ประวัติ<br /><br />กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมา เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกบอล 2 ลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดไว้ ในปี ค.ศ.1934 เบนิโต มุสโสลินี พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน แต่กลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอนเมืองปิซา วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 รัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1990 หอเอนเมืองปิซาถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้สมดุลยิ่งขึ้น และในวันที่ 15 ธันวาคม 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง และถูกประกาศว่าสมดุลแล้วใน 300 ปีต่อมาหลังจากเริ่มทำการปรับปรุง ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  abroad-tour.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:47:28 ICT</pubDate>
	<category>ท่องเที่ยว</category>
	<guid>http://www.votejung.com/ท่องเที่ยว/www.porster.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[สินค้าออนไลน์  ซื้ออย่างไรถึงจะปลอดภัย - Coach For Man : Inspired by LnwShop.com]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/แฟชั่น/www.coachforman.com/</link>
	<description><![CDATA[เพื่อน ๆ แฟนคลับแบรนด์ COACH ไม่ว่าจะชอบกระเป๋า กระเป๋าสะพาย หรือเข็มขัดก็ตาม แต่ละอย่างราคาไม่ได้ถูก ๆ เลย แต่มักจะเจอว่าในเวปที่ขายของออนไลน์ต่าง ๆ มีราคาถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับที่ไปซื้อใน Shop หรือในร้าน Duty Free<br />        แต่หลายคนอาจกังวลใจว่าจะโดนหลอกเอาของปลอมมาขาย หรือโดนโกงหรือเปล่า สำหรับการดูของแท้ของปลอม Coach for Man ได้เสนอวิธีดูของแท้มาให้ลูกค้าทุกท่านได้ศึกษาไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว    <br /> ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:42:37 ICT</pubDate>
	<category>แฟชั่น</category>
	<guid>http://www.votejung.com/แฟชั่น/www.coachforman.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[อาหารไทย | กุ้งมะนาว]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/อาหาร/www.itikkecil.com/</link>
	<description><![CDATA[อาหารไทยวันนี้ขอเสนอ “กุ้งมะนาว” เป็นเมนูที่เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด พูดมาแล้วน้ำลายส่อ กันเลยที่เดียว เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก็ว่าได้ อาจจะเป็นเมนูที่หลายคนโปรดปรานก็ได้ เพราะรสชาติจะครบทุกรส ทั้ง เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน สรุปคือ ครบทุกรสนั้นเอง<br />สำหรับเมนู “กุ้งมะนาว” จานนี้ ขอบอกไว้เลยว่า ทำไม่ยาก แถมวัตถุดิบไม่เยอะ แล้วยังอร่อยรวดเร็วทันใจอีกด้วย คนไหนที่มีกุ้งแช่ติดตู้เย็นที่บ้านไว้ ก็ไปเอามาลองทำกันเลย …ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรทานดี ลองเมนูนี้ดูไหม ไปดูส่วนผสมและวิธีการทำกันเลย<br /><br />ส่วนผสมกับเครื่องปรุง<br /><br /> กุ้ง ปริมาณตามชอบ<br /> กระเทียม กลีบเล็ก 3-4 หัว<br /> กระเทียมดอง 2 หัว<br /> มะนาว 1.5 ลูก (เปรี้ยวมาก เปรี้ยวน้อยใจ ใส่ตามใจชอบเลย)<br /> น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ หรือปริมาณตามชอบ<br /> พริกขี้หนูสวน ประมาณ 12-15 เม็ด หรือปริมาณตามชอบ<br /> น้ำต้มสุก<br /> น้ำตาลทราย หรือ น้ำตาลมะพร้าวก็ได้<br /> วิธีการทำกุ้งมะนาว<br /><br /> นำกุ้งมาปอกเปลือก ไว้หาง ผ่าหลัง เอาขี้ออก ถ้ามีเวลาตอนผ่าหลัง ให้ผ่าให้ทะลุ แล้วเอาหางกุ้งสอดจากหลังกุ้งให้โผล่มาด้านหน้า จะได้รูปแบบกุ้งอีกสไตล์ แล้วกุ้งมะนาวจะอร่อยหรือไม่อร่อย ก็อยู่ที่ความสดของกุ้งด้วย ควรเลือกกุ้งที่ตัวใส และตัวแข็ง เนื้อแน่น หัวติดกับลำตัวแน่น ๆ พอปลอกเสร็จแล้วก็นำไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อน<br />ปอกกระเทียบกลีบเล็ก เอาเปลือกออกให้หมด ถ้าไม่ค่อยชอบก็ลดกระเทียมลง (ส่วนที่ใช้กลีบเล็ก ๆ ก็เพราะจะหอมและอร่อยกว่าแบบกลีบใหญ่) นำไปล้างให้สะอาด จากนั้นก็สับให้พอละเอียด แต่ไม่ต้องละเอียดมาก แล้วนำไปพักไว้ก่อน<br />นำกระเทียมดองมาปอกเปลือก แล้วสับหยาบ ๆ<br />เด็ดขั้วพริกออก แล้วนำไปล้างให้สะอาด จากนั้นก็เอามีดใหญ่ ๆ ทุบให้แตก และสับ ๆ ให้ละเอียด แล้วนำไปพักไว้<br />ต้มน้ำสำหรับลวกกุ้ง ให้ต้มน้ำจนเดือดจัด ระหว่างรอน้ำเดือด ไปทำน้ำจิ้มสำหรับราดกุ้งก่อน<br />วิธีทำน้ำราด นำกระเทียมสด, กระเทียมดอง, พริกขี้หนูสวน ที่สับไว้แล้ว ใส่ในถ้วยสำหรับทำน้ำราด จากนั้นก็ใส่น้ำปลา, มะนาว ลงไป แล้วตามด้วยน้ำตาลเล็กน้อย แล้วแต่ความชอบ แต่ควรใส่ทีละน้อยแล้วชิมเอา จากนั้นก็ใส่น้ำต้มสุกลงไป กะให้พอมีน้ำ ๆ ทั่วตัวกุ้ง<br />นำกุ้งไปลวกในน้ำเดือดจัด ค่อย ๆ แบ่งลวกอย่าลวกทีเดียวหมด พอตัวกุ้งเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีขาว และหางกุ้งแดง ๆ ก็เอาขึ้นเลย (ประมาณ 10-15 วินาที) จะได้กุ้งที่เนื้อหวาน เด้ง อร่อย ไม่เสียรสของกุ้ง<br />นำกุ้งมาวางเรียงใส่จาน แล้วนำน้ำราดที่เตรียมไว้ ตักราดใส่ตัวกุ้ง เป็นอันเสร็จ พร้อมเสิร์ฟ<br />คงไม่ยากกันนะ ลองทำกันดูจร้า…<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  women.kapook.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:42:10 ICT</pubDate>
	<category>อาหาร</category>
	<guid>http://www.votejung.com/อาหาร/www.itikkecil.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[IPhone | โปรแกรม Tap & Say แอพฯ คู่มือท่องเที่ยวแบบพูดได้]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/เทคโนโลยี/www.retasis.com/</link>
	<description><![CDATA[วันนี้มีแอปพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือรุ่น iPhone มาฝากกัน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่น่าสนใจ สิ่งนั้นก็คือ แอพพลิเคชั่นสำหรับคนที่ชอบเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ชื่อโปรแกรมที่ว่าคือ โปรแกรม Tap & Say หากการสื่อสารด้านภาษาของเราไม่คล่องแคล่วหรือไปในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ย่อมเกิดปัญหาในการสื่อสารอย่างแน่นอน วันนี้เราขอแนะนำแอพพลิเคชั่นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้สามารถสื่อสารภาษาท้องถิ่นได้อย่างง่ายดาย กับแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Tap & Say<br /><br />Tap & Say แอพพลิเคชั่นผู้ช่วยสนทนาสามารถสะกดคำ อ่านออกเสียง สามารถใช้พูดแทนเราได้ด้วยภาษาที่ครอบคลุมทั้งหมด 11 ภาษาได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, อิตาลีและอังกฤษ โดยในแต่ละภาษาจะมี 600 วลีพื้นฐานที่ใช้ในการสนทนาแบบง่าย ๆ มีการจัดหมวดหมู่ บทสนทนาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 14 หมวดด้วยกัน เช่น คำทักทาย, บทสนทนาทั่วไป, ตัวเลขและสี, วันเวลา, การเดินทาง, หาที่พักรวมไปถึงบทสนทนายามเจ็บป่วยหรือเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน และสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต<br /><br />สำหรับแอพฯ Tap & Say ใช้งานได้เฉพาะบน iPhone เท่านั้น เป็นแอพฯ ฟรี โดยมีหมวดหมู่การสนทนาเริ่มต้นมาให้ 4 หมวดด้วยกัน แต่ถ้าต้องการบทสนทนาอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถซื้อและดาวน์โหลดผ่านแอพฯ ได้ในราคา $2.99 ประมาณ 90 บาท ต่อหนึ่งหมวดสนทนา ถือว่าราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ สำหรับใครที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อย ๆ หากไม่ชอบพกคู่มือการเรียนรู้ภาษา แอพฯ ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความทันสมัยให้เข้ากับยุคไฮเทคแบบนี้จริง ๆ สำหรับใครที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพฯ ตัวนี้ได้จาก App Store หรือคลิกจากลิงก์ด้านล่างที่เราแนะนำไว้ก็ได้ดาวน์โหลดแอพฯ Tap & Say สำหรับ iPhone<br /><br />ใครที่มี iPhone ก็สามารถลงแอพฯนี้ได้นะจ๊ะ มันมีประโยชน์มากเลย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เดือนทางไปไหน เราก็สามารถเรียนหรือศึกษาภาษานั้นๆได้ ซึ่งเรียกว่า เรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นการหาความรู้เพิ่มเติมไปในตัวนะจ๊ะ<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก men.kapook.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:38:46 ICT</pubDate>
	<category>เทคโนโลยี</category>
	<guid>http://www.votejung.com/เทคโนโลยี/www.retasis.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[IPad | ข่าวลือ iPad Mini หน้าจอ 7.85 เครื่องบางแถมราคาถูก]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/เทคโนโลยี/www.geekfeat.com/</link>
	<description><![CDATA[มาอัพเดทกันอีกแล้วจ้าสำหรับข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ ipad ซึ่งวันนี้มีเนื้อหาอยู่ว่า ลือสนั่น iPad Mini หน้าจอ 7.85 นิ้วมาพร้อมเครื่องบางกว่าแถมราคาถูก!<br />Apple กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อให้ iPad Mini พร้อมวางจำหน่ายภายในปีนี้ ล่าสุดได้รับรายละเอียดเข้ามาว่า iPad Mini อาจจะมาพร้อมกับตัวเครื่องที่บางลงกว่าเดิมแถมราคาวางจำหน่ายอาจจะถูกอย่างที่ใครหลายคนคาดไม่ถึงด้วย<br /><br />iPad Mini โดยในเวลานี้เว็บไซต์ Digitimes เปิดเผยว่าบริษัท Nitto กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตฟิล์มหน้าจอสุดบางเฉียบแบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า G/F2 (ใน iPad 2 จะเป็นรุ่น G/F/F) ซึ่งจะนำไปส่งต่อให้กับโรงงานของ Nissha Printing และ TPK ในการนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตหน้าจอสัมผัสให้กับ iPad Mini จาก Apple นั่นเอง<br /><br />สำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดความบางของหน้าจอสัมผัสลงซึ่งจะช่วยให้ iPad Mini มีขนาดตัวเครื่องบางลงตามไปด้วยแถมยังช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับ Apple เพื่อที่จะตั้งราคาวางจำหน่ายของ iPad Mini ให้ถูกลงในระดับ $200 (6,000 บาท) อย่างที่พวกเขาตั้งความหวังว่าจะตีตลาดกับ Amazon Kindle Fire ให้ได้อีกทางหนึ่ง<br /><br />ทั้งนี้ TechXcite ได้เคยนำเสนอข่าวคราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่อีกหนึ่งประเภทที่มีชื่อว่า In-cell Touch Panel ซึ่งจะผนวกรวมเอาเลเยอร์หน้าจอ LCD และเลเยอร์หน้าจอสัมผัสเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่งหาก Apple นำมาใช้งานใน iPad Miniที่ว่านี้ด้วยก็จะช่วยลดขนาดความบางตัวเครื่องลงไปถึง 0.44 มม. ซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้ iPad Mini อัดแบตเตอรี่เข้ามาได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย อยากให้ออกมาเร็วๆจัง อยากได้สักเครื่องเหมือนกันค่ะ แต่ยังไงก็ต้องติดตามข่าวสารเรื่อยๆนะค่ะ เพราะบริษัท Apple ชอบทำอะไรที่เซอร์ไพส์อยู่แล้ว ดิฉันต้องเริ่มเก็บเงิน เก็บหอมรอมริบไว้แล้วละค่ะ เดี๋ยวถ้าออกมาแล้วจะจองกับเขาไม่ทัน วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะค่ะ เจอกันบทความหน้าจ้า จะมีข่าวอะไรมาฝากต้องรอดูนะจ๊ะ…<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก hitech.sanook.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:32:57 ICT</pubDate>
	<category>เทคโนโลยี</category>
	<guid>http://www.votejung.com/เทคโนโลยี/www.geekfeat.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[Notebook | ปุ่ม Fn บนคีย์บอร์ด นั้น…สำคัญ]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/คอมพิวเตอร์/www.songswall.com/</link>
	<description><![CDATA[ปุ่ม Fn หรือ ปุ่มฟังค์ชั่นเสริม ที่ติดมาในโน้ตบุ๊คทุกเครื่อง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิด ปิด ออปชั่นเสริมต่าง ๆ ที่สะดวกสบาย<br />ถ้าสังเกตุที่คีย์บอร์ดของเครื่อง จะเห็นว่าปุ่ม Fn บนเครื่องของคุณมีสีที่แตกต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ และถ้าดูที่ปุ่ม F1-F12 ก็จะเห็นมีการสกรีนสัญลักษณ์ แปลกๆ เอาไว้ด้วย แล้วเคยรู้สึกแปลกใจมั้ยที่สัญลักษณ์ที่กล่าวมานั้น จะมีสีเดียวกับปุ่ม Fn เลย เพราะฉะนั้นการใช้งานนั้นสามารถทำได้โดยกดปุ่ม Fn ค้างไว้ แล้วกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์ พิเศษตามที่กล่าวมาตามไป ซึ่งการทำงานในแต่ละคำสั่งนั้น จะขึ้นอยู่กับโน้ตบุ๊กแต่ละยี่ห้อ โดยคุณสามารถอ่านดูได้จากคู่มือ<br /><br />- กด Fn + F1 Sleep<br />- กด Fn + F2 Wireless<br />- กด Fn + F5 ลดแสงหน้าจอ<br />- กด Fn + F6 เพิ่มแสงหน้าจอ<br />- กด Fn + F7 ปิด Sleep หน้าจอ<br />- กด Fn + F8 เปิด Sleep หน้าจอ<br />- กด Fn + F9 เปิด/ปิด touchpad<br />- กด Fn + F10 ปิดเสียง<br />- กด Fn + F11 ลดเสียง<br />- กด Fn + F12 เพิ่มเสียง<br />ของแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน ของดิฉันเป็นรุ่น Asus A42J series<br /><br />Fn+ลูกศรลง = ปุ่ม play/pause<br />Fn+ลูกศรขึ้น = ปุ่ม stop<br />Fn+ลูกศรซ้าย= ปุ่ม preview<br />Fn+ลูกศรขวา =ปุ่ม Next<br />เอาไว้ใช้กับ พวกโปรแกรมเล่นเพลง<br /><br />แบตใกล้หมด สีจะไม่เพี้ยน แต่ไฟหน้าจอจะถูกปรับลดลง และจะค่อยๆ มืดลง เพื่อเป็นการประหยัดแบตคับ บางครั้งถ้าทำงานข้างนอก และใช้พลังงานจากแบต หากแสงสว่างเพียงพอ แนะนำให้ปิดไฟหน้าจอ หรือหรี่ลงให้พอดูได้จะได้เวลาในการใช้งานเพิ่มอีกหน่อยหนึ่ง ส่วนวิธีการหรี่ไฟหน้าจอ โดยส่วนใหญ่ก็กดปุ่ม FN ตามด้วยเครื่องหมายหลอดไฟ สรุปแล้วปุ่ม FN ก็มีความสำคัญ ดิฉันคิดว่าเป็นเพราะปุ่มคีย์บอร์ดใน Notebook มีจำกัด คนที่ออกแบบจึงให้มีปุ่มFNเพื่อตอบสนองความต้องการให้สอดคล้องและให้ใช้ประโยชน์มากที่สุด<br /><br />ขอขอบคุณบทความดีดีจาก  vcharkarn.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:29:28 ICT</pubDate>
	<category>คอมพิวเตอร์</category>
	<guid>http://www.votejung.com/คอมพิวเตอร์/www.songswall.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[Nanyashop ขายส่งกางเกงขาสั้น]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/แฟชั่น/nanyashop.weloveshopping.com/</link>
	<description><![CDATA[ขายส่ง กางเกงขาสั้นนำเข้าจากฮ่องกง + เกาหลี มือ1 มือ2 คละแบบ คละไซส์ ราคาถูกมากตัวละ 25บาท มีหลายแบบ ทั้งยีนส์ขาสั้น ขาสามส่วน คละไซส์ คละสี รับประกันคุณภาพ กางเกงสำหรับใส่เล่นสบายๆ หรืออาจจะใส่กับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต ก็ดูเซ็กซี่ไปอีกแบบ เหมาะกับสำหรับแม่ค้าพ่อค้า ที่จะนำไปขายได้หลายตลาด เช่น ที่ตลาดคลองถม ตลาดเปิดท้าย หรืออาจจะซื้อไปบริจาคทำบุญ แจกเด็กก็ได้บุญไปอีกแบบค่ะ เราขายราคาถูกมากนะคะ เริ่มต้นที่ <br /><br />สั่งขั้นต่ำ 30 ตัวขึ้นไป ราคาตัวละ 25 บาท ค่าส่งคิดตามจริงนะคะ<br /><br />สั่งจำนวน 100ตัวขึ้นไป ราคาตัวละ 20 บาท ค่าส่งคิดตามจริงนะคะ<br /><br />โปรโมชั่นเดือน พ.ค - มิ.ย 55 นี้นะคะ ซื้อ 150 ตัวขึ้นไป รับฟรี 5 ตัวทันทีค่ะ<br /><br />สามารถมารับของเองได้แถวปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการนะคะ<br /><br />โทรติดต่อได้ตามเบอร์ <br /><br />นันยา 087-1322095, 087-8224044 <br /><br />E-mail : re_super_g@hotmail.com <br /><br />รายละเอียดเพิ่มเติม http://nanyashop.weloveshopping.com/shop/shop.php?shopid=298347 ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:16:02 ICT</pubDate>
	<category>แฟชั่น</category>
	<guid>http://www.votejung.com/แฟชั่น/nanyashop.weloveshopping.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[เอแคม (ไทย)จำหน่ายสกรู น็อต ฟาสเทนเนอร์ เคเบิ้ลไทร์]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/เรื่องทั่วไป/www.acamthai.com/</link>
	<description><![CDATA[เอแคม (ไทย) เริ่มดำเนินธุรกิจจำหน่ายสกรู น็อต ฟาสเทนเนอร์<br /> เคเบิ้ลไทร์ ตั้งแต่ปี 2537 รวมระยะเวลากว่า 15 ปีแล้วที่บริษัทฯ<br /> ได้จำหน่ายสกรู น็อต ฟาสเทนเนอร์ เคเบิ้ลไทร์ทุกชนิดที่ใช้ใน<br /> วงการอุตสาหกรรมชั้นนำของไทยอาทิ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์,<br /> อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า, อุตสาหกรรมประกอบเครื่องจักร และ<br /> อุตสาหกรรมก่อสร้างโดยมีมาตรฐานสากล JIS,DIN,BSW,UNC,304,316<br /> นอกเหนือจากการจำหน่ายสกรู น็อต ที่มีมาตรฐานสากล เพื่อสำหรับใช้งานทั่วไปแล้ว บริษัทฯ <br /><br />ยังรับผลิตสกรู น็อตที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานเฉพาะตามแบบที่ลูกค้าต้องการ  และอีกหนึ่งบริการที่บริษัทฯ มีให้บริการ คือ งานชุบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 21:00:57 ICT</pubDate>
	<category>เรื่องทั่วไป</category>
	<guid>http://www.votejung.com/เรื่องทั่วไป/www.acamthai.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[[แจกฟรี] แนวข้อสอบครูผู้ช่วย เอกคอมพิวเตอร์ พร้อมเฉลย สำหรับการสอบ ในปี 2555 แนวข้อสอบครูผู้ช่วย2555]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/ข่าว-ประชาสัมพันธ์/Jobparttimes.com/</link>
	<description><![CDATA[[แจกฟรี] แนวข้อสอบครูผู้ช่วย เอกคอมพิวเตอร์ พร้อมเฉลย สำหรับการสอบ ในปี 2555 แนวข้อสอบครูผู้ช่วย2555 หลังจากที่มีข่าวการเปิดรับสมัครและได้ประกาศเขตพื้นที่ต่างๆที่เปิดสอบไปแล้ว สำหรับการสอบครูผู้ช่วย ประจำปี 2555 ได้มีคอมเม้นมาถามตัวอย่างแนวข้อสอบ ครูผู้ช่วย วิชาเอกคอมพิวเตอร์ และวิชาเอกอื่นๆอีกมากมาย อาทิเอกพลศึกษา เอกคอมพิวเตอร์ เอกภาษาอังกฤษ เอกทั่วไป เอกสังคม เอกภาษาไทย เอกคณิตศาสตร์ และ เอกวิทยาศาสตร์ วันนี้ทางเว็บไซตืจึงได้นำตัวอย่างแนวข้อสอบ ครูผู้ช่วยในวิชาเอกอกคอมพิวเตอร์ พร้อมเฉลย สำหรับการสอบ ในปี 2555 มาอัพเดทคะ หวังว่าตัวอย่างแนวข้อสอบนี้ จะมีประโยชน์กับหลายๆท่านที่กำลังจะสมัครสอบครูผู้ช่วย ประจำปี 2555 ไม่มากก็น้อยคะ แนวข้อสอบครูผู้ช่วย เอกคอมพิวเตอร์ พร้อมเฉลย สำหรับการสอบ ในปี 2555 แนวข้อสอบครูผู้ช่วย2555 ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 20:43:48 ICT</pubDate>
	<category>ข่าว-ประชาสัมพันธ์</category>
	<guid>http://www.votejung.com/ข่าว-ประชาสัมพันธ์/Jobparttimes.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[สุดยอดอาหารต้านปวด]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/อาหาร/www.tessbox.com/</link>
	<description><![CDATA[อาหารบางชนิดสามารถบรรณเท่าปวดได้จริงหรือ และแม้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่ผู้เชียวชาญส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า การกินอาหารบางอย่างกินเพื่อ”สุขภาพร่างกาย”และช่วยบรรเทาอาการปวดได้จริง<br />ถั่วเหลือง ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคข้อเสื่อม การทดลองในชายและหญิงจำนวน 135 คนที่กินโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองวันละ 40 กรัมทุกวัน เป็นเวลา 3 เดือน ชี้ว่ากลุ่มตัวอย่างเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น ทั้งยังมี”อาการปวด”ลดลง ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสารไอโซฟลาโวน ในถั่วเหลืองมีประสิทธิภาพต่อต้านการอักเสบ<br />น้ำมันมะกอก วิธีแสนง่ายในการบรรเทาปวดด้วยอาหารจากธรรมชาติคือ เหยาะน้ำมันมะกอกลงในอาหาร น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในโมเลกุลเดียวที่มีประโยชน์มหาศาลแถมยังประกอบไปด้วยสารโอลีโอแคนทัล ที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกับยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ สารตัวนี้จะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนพรอสตาแกลนดินซึ่งก่อให้เกิด”การอักเสบ”และอาการปวด<br />เชอร์รี่<br />สารแอนโทไวยานิน ซึ่งทำให้เวอรืรี่มีสีแดงเข้ม มีสรรพคุณในการต่อต้านการอักเสบไม่ต่างจากยาแอสไพริน ประโยชน์ต่อสุขภาพของเชอร์รี่ในด้านอื่นๆคือ ช่วยให้ห่างไกลโรคเบาหวานและลดกรดในกระเพราะทำให้ผลไม้นี้เหมาะจะเป็นหนึ่งในผลไม้โปรดของคุณ และยังมีสตรอเบอร์รี่ก็มีสารชนิดนี้ แม้จะไม่มากเท่า<br />โปรตีน มีบทบาทในการเสริม”สร้างเนื้อเยื่อ”ที่แข็งแรง ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดทุเลาลงโปรตีนที่ดีควรมาจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รวมไปถึงโปรตีนจากถั่วเหลืองอย่างเต้าหู้และนมถั่วเหลือง แหล่งโปรตีนที่ดียังมาจากอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า – 3 อย่างปลาแซลมอน และปลาที่มีไขมันอื่นๆ เช่น ปลาซาร์ดีนและปลาทูน่า<br />องุ่น เปลือกองุ่นมีสารเรสเวอราทรอล สามารถป้องกันอับเสบของเซลล์ได้ดีไม่แพ้ยาสมัยใหม่บางขนาน องุ่นจึงเป็นของว่าง”สุขภาพ”ที่ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกินยาเลยดีเดียว<br />ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดแห้งต่างๆ เป็นแหล่งสำคัญของทริปโตแฟน ช่วยลดปริมาณไวต่อการตอบสนอง ซึ่งเชื่อมโยงกับความรู้สึกเจ็บปวดสารนี้ยังช่วยต่อต้านอาการซึมเสร้าซึ่งพบมากในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง<br />ดาร์กช็อกโกแลต มีฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นทั้งสารแอนติออกซิแดนต์และสารต่อต้านการอักเสบ แต่เนื่องจากเป็น”อาหาร”ที่มีไขมันและน้ำตาลสูง จึงควรกินครั้งละชิ้นเล็กๆ นั่นเอง<br /><br /> <br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.krabork.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 19:56:24 ICT</pubDate>
	<category>อาหาร</category>
	<guid>http://www.votejung.com/อาหาร/www.tessbox.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[ประโยชน์ของการออกกำลังกาย]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.chukuloo.com/</link>
	<description><![CDATA[คนที่ไม่”ออกกำลังกาย”จะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 35% การออกกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะลดทั้งความดัน systole และ diastole อย่างชัดเจน คนไข้ที่มีความดันโลหิตสูงที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะมีอัตราการเสี่ยงชีวิตจากโรคแทรกซ้อน น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลัง การออกกำลังจะช่วยเพิ่มอายุ 1-1.5ปีเลยทีเดียว<br />ผลต่อโรคเส้นเลือดสมอง<br />อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลดลงเมื่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เมื่อขึ้นบันไดวันละ 20 ขั้นจะลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและ”หลอดเลือด”ลงร้อยละ 20<br />ผลต่อโรคเบาหวาน<br />คนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะมีโอกาสการเกิดโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 42<br />ผลต่อหัวใจ<br />คนที่ไม่ออกกำลังกายจะมีโอกาสเสียชีวิตเป็นสองเท่าของผู้ที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายจะทำให้หัวใจสะสมพลังงานไว้ใช้เมื่อเวลาหัวใจต้องทำงานหนัก<br />เพิ่มความแข็งแรงในการบีบตัวของหัวใจ ลดระดับไขมันในเลือด เพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันที่ดี ลดระดับความดันโลหิต ลด”การเต้นของหัวใจ” ทำให้หัวใจทำงานน้อยลง<br />ผลต่อภูมิคุ้มกัน<br />การออกกำลังกายปานกลางจะลดการเกิดโรคทางเดินหายใจลงร้อยละ 29 สำหรับการออกกำลังกายอย่างหนัก เช่นการวิ่งมาราธอน พบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นการเจาะเลือดพบว่าผู้ออกกำลังกายจะมีการอักเสบลดลง (creactive proteine)<br />ผลต่อมะเร็ง<br />การออกกำลังกายจะลดการเกิด”โรคมะเร็ง”ได้ร้อยละ 46<br />ผลต่อคุณภาพชีวิต<br /><br />การออกกำลังกาย 1500 กิโลแครอรีต่อสัปดาห์(ออกกำลังกายหนักปานกลาง)จะเพิ่มอายุ 1.57 ปี สำหรับ การออกกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ช่วงอายุ 45-84 จะลดการเสียชีวิตร้อยละ 18<br />การออกกำลังกายและโรคซึมเศร้า<br />โรคซึมเศร้าและ”โรคอ้วน”มักจะมีสาเหตุร่วมกันได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล และการมองว่าตัวเองด้อยค่า การออกกำลังกายจะทำให้มีการเพิ่มของ serotonin และ endorphins ซึ่งสารทั้งสองจะทำให้ลดความเครียด ลดความกังวล และเชื่อว่าการออกกำลังกายจะรักษาโรคซึมเศร้าในกรณีที่เป็นไม่มาก<br />การนอนหลับ<br />การออกกำลังกายจะทำให้การนอนหลับดีขึ้น<br /><br /> <br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.siamhealth.net ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 19:52:20 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.chukuloo.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[Lotus seeds skin cancer prevention]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.biletban.com/</link>
	<description><![CDATA[“Lotus seed” is the same as eating soy protein. The first crop of this kind of a surprise to the world. Lotus Seed contains an anti-oxidant in the high country. This product has many features such as the slow deterioration of the organs and skin. Cancer. The liver cancer. Which is considered to be “herbal” but quite another kind of folk.<br />Lotus seeds have a very high dose. To restore The disease has a hot and dry skin, kidney, spleen, heart, also out of St. John’s will to protect and nourish the liver. The liver must be of African Nakhonratchasima. The catalyst for “cancer” out of the body. Eating lotus seeds can prevent cancer.<br />Thai lotus seeds – China is different.<br />The lotus seeds are edible, we see online. The products are imported from China, which have large seeds. Through the bark extract from lotus seed is embedded in the middle of a dark green. And then dried.<br />The Thai lotus seeds are rare on the market. The seeds are small. It is not popular.Comparison of St. John’s out in Thailand and China, the lotus seed. Thai lotus seeds were out of St. John’s East China 5-6 times higher than the lotus seeds.<br />If the “body” has been out of Antigua’s top high doses should be eating more Thai lotus seeds. The Thai fresh lotus seeds.<br />How to eat the bark from seed. The seed coat and pulled out a lotus. Eat fresh and whole grains. The body has the vitamins, minerals and anti-cancer agent, which is the seed coat. The lotus is high.<br />The type of drying them. We used to make “food” has a sweet smell. Water is the familiar RCA lotus seeds cooked in brown sugar mixture Etgatg Etgaฮwi or rice in lotus leaf.<br />Buying fresh lotus seeds. Choose pods with large seeds, lotus seeds are light green with a good crispy texture.<br /><br /> <br />It’s very good. Thaiza.com. ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 18:28:56 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.biletban.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลางร้ายของระบบประสาท]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.teetskeeg.com/</link>
	<description><![CDATA[คนไข้รายหนึ่งมาพบหมอเพราะมือไม่มีแรง จับปากกาไม่ติดจนเซ็นชื่อไม่ผ่าน ส่วนอีกรายมีอาการเดินกะเพลกเหมือนคนเท้าแพลงแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ เชื่อหรือไม่ว่า คนไข้ทั้งสองรายนี้ป่วยด้วย”โรค”เดียวกัน คนไข้รายแรกเป็นนักธุรกิจ ต้องทำงานใกล้ชิดกับเอกสารและการเงิน วันหนึ่งมาพบหมอเพราะมีปัญหาเซ็นเช็คไม่ผ่าน หมอจึงสังเกตเห็นมือของคนไข้จับปากกาได้ไม่แน่นทั้งที่เป็นมือข้างที่ถนัด สันนิฐานเบื้องต้นว่า คนไข้เกิดอาการ”กล้ามเนื้ออ่อนแรง”บริเวณมือ แต่เนื่องจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นอาการบ่งชี้ของโรคได้อย่าง จึงขออธิบายให้เข้าใจสาเหตุของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงกันก่อน<br />อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีสาเหตุมาจากโรค 2 กลุ่มหลักดังนี้ กลุ่มแรกเป็นโรคทางอายุรกรรม ได้แก่ โรค Amyotrophic Laterral Sclerosis เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทไม่สามารถสั่งงานให้กล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ ทั้งๆ ที่ยังแข็งแรงอยู่โรคนี้พบมากในผู้หญิงไม่จำกัดอายุ อีกโรคคือ โรค Myasthenais Gravis เป็นโรคที่”ระบบประสาท”ปกติ แต่กล้ามเนื้อกลับไม่สามารถสามารถทำงานได้ ทำให้มีอาการหนังตาตก ห้อย จากสถิติพบมากในผู้หญิงอายุ 25 – 35 ปี ทั้งสองโรคนี้ วงการแพทย์ยังไม่สรุปสาเหตุการเกิดโรคไดอย่างชัดเจนและยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงกินยาเพื่อไม่ให้อาการทรุดหนักกว่าเดิมเท่านั้น และยังพบว่า หากในครอบครัวมีประวัติการป่วยโรคดังกล่าว ผู้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน<br />คนไข้มีอาการหมอนรอง”กระดูก”คอแตกทับเส้นประสาทจากอุบัติเหตุ จึงแนะนำให้คนไข้ผ่าตัดผ่านกล้อง Microscope เพราะแผลเล็กและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน หลังจากคนไข้ได้รับการตรวจเพื่อเตรียมพร้อมก่อนผ่าตัดแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงเข้ารับการผ่าตัดและกลับบ้านได้ในสองวันถัดมา เมื่อคนไข้ผ่าตัดและพักพื้นจนหายดี มือก็กลับมามีแรง สามารถหยิบจับของได้ตามปกติ<br />ดังนั้นเราจึงควรตรวจ”สุขภาพ”เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณนั่นเอง<br /><br /> <br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.krabork.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 18:24:48 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.teetskeeg.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[ภัยร้าย ป้องกันได้ไวรัสตับอักเสบ ซี]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.dairifalk.com/</link>
	<description><![CDATA[ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆพัฒนาตามการพัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์และการพัฒนาก็ทำให้ค้นพบโรคใหม่ๆ และยังมีโรคอีกจำนวนมากที่คนไม่สามารถล่วงรู้เงื่อนงำของมันได้ การดูแลสุขภาพนั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเราควรดูแล”สุขภาพ”ของตนเองให้มากขึ้น<br />ไวรัสชนิดนี้ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นไวรัสตัวอักเสบที่ติอต่อได้ทางเลือดและเป็นอาร์เอ็นเอไวรัส สายเดี่ยวขนาดเล็ก<br />ไวรัสตับอักเสบ ซี มีความสำคัญอย่างไร<br />“ไวรัสตับอักเสบ ซี” นี้มีสำคัญไม่น้อยกว่าไวรัสตับอักเสบ บี ได้พบมานานแล้ว และมีการฉีดวัคซีนป้องกันได้กว้างขวาง ทำให้การควบคุมประสบสำเร็จสูง ส่วนไวรัสตับอักเสบ ซี ยังไม่มีวัคซีนป้องกันได้และยังไม่พบว่ามีแนวโน้มที่จะค้นพบในเวลาอันใกล้นี้<br />ผู้ป่วยจากอาการไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรังเกือบทุกรายจะมีอาการอักเสบของตับ และทำให้ตับเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ไวรัสตับอักเสบ ชนิด บี ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่มี”อาการ”อักเสบของตับ โดยพบเพียงร้อยละ 15 – 25 เท่านั้นที่มีอาการอักเสบและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง<br />ผู้ที่เสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบ ซี<br />1. ผู้ที่มีประวัติได้รับเลือด หรือส่วนประกอบจากเลือด เช่น พลาสมา หรือเกล็ดที่อาจเกิดจากการเสียเลือด หรือป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เคยได้รับเลือดหรือป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เคยได้รับเลือดก่อนการค้นพอไวรัสตับอักเสบ ซี<br />2. ผู้ที่ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้า”เส้นเลือด”<br />3. การสัก การเจาะตามร่างกาย สักคิ้ว ไม่ใช้ของมีคมที่สัมผัสผิวหนังรวมกัน เช่น มีดโอน กรรไกรตัดเล็บแปลงสีฝัน<br />4. กลุ่มผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการฟอกไตมาเป็นเวลานาน<br />5. การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ติดจากแม่ไปสู่ลูก แต่พบได้น้อยมาก<br /> <br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.krabork.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 18:19:52 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.dairifalk.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[ดูแลเหงือกและฟันด้วยการกิน]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/อาหาร/www.jertsebe.com/</link>
	<description><![CDATA[ปากของเราเป็นด่านแรกที่อาหารจะต้องผ่านเข้าไป แต่คิดดูสิว่า หากในปากเราไม่มีเหงือกและฟัน การกินอาหารคงจะหมดรสชาติไปไม่น้อยเลยเลยทีเดียว วันนี้เราได้มาแนะนำ”เคล็ดลับสุขภาพดี”เกี่ยวกับการดูแลเหงือกและฟันด้วยการกิน<br />ฟันถือเป็นอวัยวะที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย แต่ก็ยังผุกร่อนได้เพราะการกินอาหารไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับการกินอาหารไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับการดูแลรักษา แต่เหงือกนั้นสำคัญยิ่งกว่าฟันเสียอีก เพราะเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน มีหน้าที่หุ้มรากฟัน การรักษาโรคเหงือกยากกว่ารักษาโรคฟันเสียอีก วันนี้เรามีวิธีบำรุงรักษาฟันและ”เหงือก”ด้วยการกินมาฝากเพื่อนๆ ที่รักสุขภาพกัน ดังต่อไปนี้<br />ฟัน สำหรับฟันนั้น ต้องการสารอาหารประเภทแคลเซียมและฟอสฟอรัสรวมทั้งวิตามิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวประกอบแคลเซียมและฟอรัสรวมทั้งวิตามิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นตัวประกอบให้ฟันเราแข็งแรง โดยปกติแล้วถ้าเรากินอาหารครบ 5 หมู่ เราก็จะได้ฟอสฟอรัสเพียงพอจากการ”กินอาหาร” แต่อาหารส่วนใหญ่ไม่ได้มีแคลเซียมเสมอไป ร่างกายเราจึงมักขาด ดังนั้นจึงต้องเสริมอาหารจำพวกน้ำนม เนยแข็ง หรือผักประเภทกะหล่ำดอก มะเขือเทศ ฟักทอง ผักโขม ตำลึง ใบมะกรุด ใบกระเพาขาว ใบแค ใบบัวบก ใบยอ ใบใข่แดง ปลา ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และสำหรับน้ำอัดลมนั้นถือเป็นศัตรูของฟันเลยทีเดียว เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนมาก<br />เหงือก ส่วนเหงือกนั้นก็ควรบำรุงด้วยการกินผลไม้สด ผักสด ที่ให้วิตามินซี เช่น ส้มต่างๆ มะนาว มะเขือเทศ มะละกอ ฝรั่ง สับปะรด กะหล่ำปลี ผักกาดหอม หัวหอม ซึ่งอาหารเราจะได้สีสดใส ไม่คล่ำหรือซีด ดูเป็นคนสุขภาพดี ไม่เป็นโรคเลือกออกตาม”ไรฟัน”อีกด้วย<br />ส่วนคนที่เคยเป็นโรคเหงือกหรือโรคฟันคงจะเข้าใจถึงครามทรมานได้เป็นอย่างดี เพราะอย่างนั้นเราจึงควรมาดูแลอวัยวะที่สำคัญสองสิ่งนี้ของเราไว้ก่อนจะสายเกินไปดีกว่า<br /><br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.krabork.com<br />  ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 18:16:07 ICT</pubDate>
	<category>อาหาร</category>
	<guid>http://www.votejung.com/อาหาร/www.jertsebe.com/</guid>
</item>

<item>
	<title><![CDATA[วิธีการดูแลดวงตาให้สดใส]]></title>
	<link>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.ovoidal.com/</link>
	<description><![CDATA[ดวงตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในร่างกายเราจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ เริ่มด้วยการดูแลจากภายในกินอะไรก็ได้อย่างนั้น และถ้าพูดถึงสารอาหารบำรุงสายตาใครๆ ก็ต้องนึกถึงวิตามินเอ และสุดยอดผักที่อุกดมด้วยวิตามนเอ เพื่อ”สุขภาพ”ของดวงตาที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม<br />ตำลึง<br />ตำลึงเป็นผักที่มีรสหวาน กลิ่นหอม นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินเอแล้ว ก็ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อีกมากมาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี<br />ผักหวาน<br />“ผักหวาน“ก็เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินเอ แคลเซียม และมีคุณสมบัติ เร่งการเผาผลาญกรดอะมิโรให้เป็นพลังงานอีกด้วย<br />แครอท<br />แครอทเป็นผักที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงสายตา แล้วนอกจากวิตามินเอแล้วแครลอทยังมีวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเคอีกด้วย ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ พร้อมช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัยด้วย<br />ฟักทอง<br />เป็นผักที่ใช้ได้ทั้งยอดอ่อน ดอกตูม และเนื้อฟักทองแก่ พร้อมทั้งคุณค่าวิตามินเอที่ช่วย”บำรุง”สายตาและยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน ที่ช่วยในการบำรุงจมูกและฟันด้วย<br />มะเขือเทศ<br />มะเขือเทศ 1 ผลจะมีวิตามินเอมากถึง 1 ใน 3 ของวิตามินเอ ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้แล้วมะเขือเทศยังมีโปรแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมาย<br />นอกจากผักดังกล่าวแล้วที่มีมิตามินเอก็ยังมีผลไม้ตละกูลเบอร์รี่อีหลายชนิด เช่น บลูเบอร์รี่ บิลเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ และโว๊คเบอร์รี่ ที่ดีต่อสายตาของเรา ดังต่อไปนี้<br />- วิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นในที่มืด และช่วยให้ผิวบุนัยน์ตารวมทั้งเนื้อเยื่อบุของอวัยวะต่างๆ แข็งแรง<br />- เบต้าแคโรทีน ช่วยในการบำรุง”สายตา” และช่วยป้องกันโรคตา เช่น ต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน<br />- ลูทีน และ ซีเซนทิน ทำหน้าที่ช่วยกรองและป้องกันรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซล์ลของจอประสาทตา ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ<br />- สารแอสต้าแชนธิน ช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตและซะลอความเสี่ยงของดวงตาได้<br /><br />ขอบคุณบทความดีดีจาก.krabork.com ]]></description>
	<pubDate>Fri, 18 May 2012 18:06:47 ICT</pubDate>
	<category>สุขภาพ</category>
	<guid>http://www.votejung.com/สุขภาพ/www.ovoidal.com/</guid>
</item>

</channel>
</rss>

